Digitalcom Co., Ltd

Digitalcom in Telecom Journal:ซีเคียวริตี้ของอาคารต้องบริหารจัดการให้ดี

img_8860เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ดิจิตอลคอม จำกัด โดยสุวิช จิตรเกษมสุข กรรมการผู้จัดการ ได้เข้าร่วมในงาน BMAM EXPO ASIA 2009 งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ด้านสถาปัตยกรรมอาคารและการก่อสร้าง ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
งานดังกล่าวจัดว่าเป็นตัวจักรสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกล โดยจะมีผู้ประกอบการ นักธุรกิจ วิศวกรที่มีอำนาจตัดสินใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานบำรุงรักษาอาคาร เจ้าของอาคาร ผู้บริหารระดับผู้จัดการจากทั่วเอเชีย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและงานประชุม พร้อมชมเทคโนโลยีใหม่ อุปกรณ์ เครื่องมือล้ำสมัย อัพเดทข้อมูลสำหรับแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับอาคาร
เนื่องจากปัจจุบัน เจ้าของ ผู้ประกอบการ และผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างประสบปัญหาภาวะบีบคั้น และความท้าทายทางธุรกิจ อาทิ งบประมาณสำหรับงานบำรุงรักษาลดลง ข้อจำกัดด้านทรัพยากร และเป็นที่เข้าใจว่าการประหยัดทรัพยากรและการประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ดำเนินการคู่กัน ก่อให้เกิดความต้องการที่จะสร้างระบบที่ดีและมีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ดิจิตอลคอม ผู้นำด้านระบบซีเคียวริตี้ และวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตระหนักถึงความสำคัญของการวางระบบซีเคียวริตี้ที่ดี อันจะเป็นรากฐานของการก่อสร้างอาคารที่สมบูรณ์แบบ จึงตัดสินใจเข้าร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมเปิดโอกาสในการตอบข้อซักถามถึงความเป็นมารวมถึงมุมมองต่อการก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่
รู้สึกอย่างไรต่อการนำเทคโนโลยีมาแสดงในงานด้านสถาปัตยกรรมก่อสร้าง ที่เป็นตลาดใหม่ และไม่ใช่ไอที
เทคโนโลยีที่นำมาในงานนี้ จะเน้นไปที่ Video Content Analytic ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นมาก สามารถจดจำและบันทึกได้ดีขึ้น อย่างระบบการจดจำใบหน้าหรือเสียงสามารถทำได้ดีขึ้น กล้องมีความละเอียดสูงขึ้น มีความสามารถมากขึ้น แต่ในอีกมิติหนึ่งเรื่องของโซลูชั่นระบบซีเคียวริตี้ เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะในวันนี้ผู้บริหารหน่วยงาน หรือองค์กรใหญ่ๆ จะเริ่มตระหนักว่า ระบบเทคโนโลยีต่างๆ จะมีการหลอมรวมเข้าหากัน
สิ่งที่เราพยายามจะสื่อออกไปในงาน เรียกว่าเป็นภาษาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกับความเสี่ยง เพราะปัจจุบันเรื่องของความเสี่ยงมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปแล้ว เพราะระบบซีเคียวริตี้ต่างๆ ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นไอพีกันหมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือโอกาสในการถูกโจรกรรมหรือโจมตีข้อมูลที่วิ่งผ่านโครงข่าย ในขณะที่ฝ่ายไอทีเองก็ต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับรูปแบบของระบบงานที่จะแปรสภาพในอนาคต
เท่ากับเราต้องทิ้งของเก่าแล้วปรับปรุงโครงสร้างระบบใหม่เลยหรือเปล่า
ต้องบอกว่ามันเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลง ที่จะค่อยๆ เปลี่ยนไปมากกว่า เพราะปัจจุบันนี้เทคโนโลยีแบบเก่า อย่างเช่น อนาล็อกก็ยังมีอยู่ แต่จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบปุบปับ ซึ่งเรื่องนี้ทิศทางของดิจิตอลคอม จะเป็นการตรวจสอบในเรื่องของธุรกิจ ซึ่งเราจะให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านซีเคียวริตี้ ที่เราพยายามจะทำให้มีความชัดเจนเกิดขึ้นมา และบริหารด้วยตัวของมันเองได้ แต่ธุรกิจในส่วนอื่นๆ เช่น วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ VoIP IPBX หรือระบบวอร์รูม ก็จะจัดให้อยู่อีกส่วนหนึ่ง
สำหรับในส่วนของซีเคียวริตี้ เราจะใช้วิธีการนำเอาเทคโนโลยีที่เราเชื่อว่าเป็นคอนเวอร์เจนซ์ เข้ามาหลอมรวมกันให้เกิดเป็นโซลูชั่น จุดนี้จะทำให้เราก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการให้แนวคิด และกระจายแนวคิดของเราให้แพร่หลายในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงก่อน เพราะการจะปรับปรุงโครงสร้างบริหารจัดการภายใน ไอทีและซีเคียวริตี้จะต้องคุยกันเพื่อเสนอเบื้องบน เพราะคำสั่งอนุมัติจะต้องมาจากผู้บริหารระดับสูง โดยที่ผู้บริหารนั้นจะต้องเห็นความจำเป็น และเราจะเริ่มลงมือตั้งแต่ตอนนี้
จะมีกลยุทธ์อย่างไรในการเจาะตลาดด้านนี้
ต้องใช้หลายวิธีผสมผสานกัน ถ้าดูจากในงานที่เรามาร่วมครั้งนี้อย่างแรกที่เราทำคือการจัดบูธแนะนำให้คนรู้จักเรา ว่าเราเป็นใคร เทคโนโลยีของเราเป็นอย่างไร อีกส่วนคือการสัมมนาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ ถึงความสำคัญของระบบ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และ IP Surveillance ที่เราจะนำเสนอแนวคิดใหม่ในการบริหารจัดการ แต่ที่สำคัญคือการหาดีลเลอร์ไอที เพราะตลาดนี้เราเปรียบเสมือนหน้าใหม่ ในจุดนี้ที่เราคาดหวังคือการได้พูดคุยกับผู้สนใจ ที่อยากเป็นดีลเลอร์ หรือมีแนวโน้มว่าจะเป็นดีลเลอร์ให้กับเราได้ในตลาดของสถาปัตยกรรมการก่อสร้างอาคาร ที่เหลือคือการอาศัยช่องทางสื่อ เพราะเราเข้ามาในตลาดด้านนี้เราก็จำเป็นต้องเลือกสื่อที่ครอบคลุมพื้นที่ของตลาดนี้ แต่เราจะใช้โมเดลของเราตามแบบฉบับเดิมที่เราถนัด
กระแสตอบรับต่อ IP Surveillance เป็นอย่างไรบ้าง
ถือว่าดีมากๆ ณ วันนี้มีโครงการใหญ่ๆ จำนวนมากที่ให้ความสนใจ และพร้อมที่จะเซ็นสัญญากับเรา กับพาร์ทเนอร์ของเรา อย่างเร็วๆ นี้ก็จะเป็นการไฟฟ้านครหลวง ที่จะทำโครงการติดตั้งสถานีไฟฟ้าย่อย 147 สถานี จำนวนของกล้องก็ประมาณ 1,150 กล้อง กับในส่วนของสำนักงานอีกประมาณ 18 แห่ง รวมสำนักงานใหญ่ด้วย ระยะเวลาในการติดตั้งทางเราคาดว่าน่าจะนานถึง 8 เดือน เพราะเป็นโครงการใหญ่มาก
นอกจากนั้นก็เป็นพวกหน่วยงานสำคัญๆ อย่าง ปตท หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ที่มีพรรคพวกวงในติดต่อมาว่ามีความสนใจใน IP Surveillance
ส่วนภาคการศึกษา กระแสตอบรับจะค่อนข้างช้าอยู่พอสมควร เพราะปัจจัยส่วนหนึ่งคือเรื่องของกล้องอนาล็อกยังมีราคาถูกอยู่ และภาคการศึกษาเองจะมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด ในส่วนของการทำซีเคียวริตี้ แต่ก็มีบ้างที่หันมาให้ความสำคัญกับ IP Surveillance ที่เราติดตั้งไปแล้ว โดยมากจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน
แต่แนวโน้มที่เราเล็งเห็นไว้ในอนาคต คือหน่วยงานใหญ่ไม่ว่าจะเป็นราชการ หรือระดับเอนเตอร์ไพรซ์ใหญ่ๆ จะมีการพิจารณาเรื่อง IP มากขึ้น เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหันกลับไปมองเทคโนโลยีเก่าๆ ในขณะที่เทคโนโลยีใหม่ๆ มีการพัฒนาให้สามารถเชื่อมโยงผ่านโครงข่าย IP ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้หมดเหมือนเป็นใยแมงมุม
อาจถือได้ว่า การบุกเบิกตลาดใหม่ของดิจิตอลคอมในครั้งนี้ คืออีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จในการเป็นผู้นำตลาดด้านระบบซีเคียวริตี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง IP Surveillance ก็ว่าได้ เพราะรากฐานที่สำคัญของการวางระบบซีเคียวริตี้ที่ดี ควรมีการวางแผนตั้งแต่โครงการยังเป็นแค่พิมพ์เขียวเท่านั้น

ที่มา : http://www.telecomjournal.net/index.php?option=com_content&task=view&id=2432&Itemid=40

Related posts

Comments are closed.